การถ่ายภาพรังสีเต้านมคืออะไร?

การ ถ่ายภาพรังสีเต้านม หรือ การตรวจแมมโมแกรม ((mammography,  mammogram)  คือ การตรวจเต้านมด้วยการเอกซเรย์เต้านม และแปรผลภาพเต้านมจากการตรวจโดยแพทย์เฉพาะทางด้านรังสีวินิจฉัย   ทั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ในการตรวจ ๒ ประการ คือ เพื่อการวินิจฉัยโรคของเต้านม (ตรวจเมื่อมีอาการ)   และเพื่อเป็นการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งเต้านม (ตรวจเมื่อยังไม่มีอาการ)

ในการตรวจเพื่อวินิจฉัยโรค  แพทย์จะให้ตรวจถ่ายภาพรังสีเต้านม/แมมโมแกรม เมื่อแพทย์ตรวจเต้านมแล้ว  พบ หรือสงสัยมีความผิดปรกติ  เช่น  คลำก้อนได้ในเต้านม  มีเลือด  น้ำเหลือง หรือ น้ำนม (ไม่สัมพันธ์กับการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร) ออกจากหัวนม  หัวนมบุ๋มผิดปรกติโดยไม่เคยเป็นมาก่อน   ผิวหนังของเต้านมมีลักษณะผิดปรกติ  หรือ  เจ็บเต้านมเรื้อรัง โดยหาสาเหตุไม่ได้

ในการตรวจคัดกรอง  คือ การถ่ายภาพรังสีเต้านม/แมมโมแกรมเป็นระยะๆตามคำแนะนำของแพทย์ โดยไม่เคยมีอาการทางเต้านม  ทั้งนี้เพื่อ ตรวจค้นหาโรคมะเร็งเต้านมในระยะเริ่มเป็น


การถ่ายภาพรังสีเต้านม มีวิธีตรวจอย่างไร?

โดย ทั่วไป การถ่ายภาพรังสีเต้านม/แมมโมแกรม  ทั้งเพื่อตรวจวินิจฉัย และเพื่อตรวจคัดกรอง มีวิธีการเหมือนกัน โดยถ่ายภาพเต้านมทั้งสองเต้า (ถ่ายภาพที่ละเต้า) ทั้งด้านตรง และด้านข้าง  ผู้ป่วยจะถ่ายภาพในท่ายืนนิ่ง (เพื่อไม่ให้ภาพจากการตรวจเคลื่อนไหว)  โดยให้เต้านมวางอยู่บนเครื่องเอกซเรย์  ในการถ่ายภาพ จะมีการบีบกดเต้านมจากเครื่องถ่ายภาพฯให้เต้านมบางลง  เพื่อเห็นภาพสิ่งผิดปรกติได้ชัดเจนขึ้น  จึงอาจทำให้เกิดการเจ็บในระหว่างการตรวจได้


การถ่ายภาพรังสีเต้านมต้องมีการเตรียมตัวก่อนไหม?

การ เตรียมตัวในการตรวจถ่ายภาพรังสีเต้านม/แมมโมแกรม  เพียงเตรียมตัวในวันตรวจ โดยในวันตรวจภาพรังสีเต้านม  ไม่ควรทาแป้ง  ครีม  โลชัน  น้ำหอม   ยาระงับกลิ่น และอื่นๆ  ในบริเวณรักแร้ และบริเวณเต้านม รวมทั้งไม่ควรตรวจช่วงให้นมบุตร ทั้งนี้เพราะสิ่งต่างๆเหล่านี้ ให้ความผิดปรกติบนภาพเอกซเรย์เต้านมได้  ซึ่งอาจทำให้การแปรผลตรวจผิดพลาด

ส่วนในเรื่องการรับประทานอาหาร และ/หรือยาต่างๆ  สามารถรับประทานได้ตามปรกติ

อนึ่ง  ในวัยยังมีประจำเดือน  ก่อน และระหว่างมีประจำเดือน เต้านมอาจมีอาการบวม หรือ เจ็บ ซึ่งอาจทำให้เกิดเจ็บมากขึ้นจากการถ่ายภาพรังสีเต้านม/แมมโมแกรม  ดังนั้น เฉพาะในผู้ทำการตรวจคัดกรอง (เพราะไม่ใช่กรณีเร่งด่วน/เป็นโรค) ควรเลื่อนการตรวจคัดกรอง เป็นช่วงหลังการมีประจำเดือนของแต่ละเดือน


ควรเริ่มถ่ายภาพรังสีเต้านมเพื่อคัดกรองมะเร็งเต้านมเมื่ออายุเท่าไร? และควรตรวจบ่อยขนาดไหน?

ยังถกเถียงกันอยู่ว่า ควรเริ่มถ่ายภาพรังสีเต้านม/แมมโมแกรมเมื่ออายุเท่าไร  เพราะในวัยยังมีประจำเดือน เนื้อเยื่อเต้านมมักมีความหนาแน่นมาก  ทำให้ตรวจพบหินปูนมะเร็งได้ยาก  การตรวจจึงมีโอกาสผิดพลาดได้สูง

ในคนทั่วไป  แพทย์ส่วนใหญ่แนะนำการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยการถ่ายภาพรังสีเต้า นม/แมมโมแกรม  ตั้งแต่อายุ ๕๐ ปีขึ้นไป  และถ้าภาพเต้านมปรกติ  แพทย์มักแนะนำตรวจซ้ำทุกๆ ๑-๒ ปี   แต่ถ้าพบความผิดปรกติ แพทย์จะเป็นผู้แนะนำว่า ควรทำอย่างไร หรือ ควรตรวจซ้ำอีกเมื่อไร

ส่วนในคนมีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งเต้านม  เช่น คนเคยเป็นโรคมะเร็งเต้านม  หรือคนมีประวัติญาติสายตรงเป็นมะเร็งเต้านม  แพทย์จะเป็นผู้แนะนำว่า  ควรเริ่มตรวจคัดกรองด้วยการถ่ายภาพรังสีเต้านม/แมมโมแกรม เมื่อไร และควรตรวจบ่อยขนาดไหน  ทั้งนี้แตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละคน


การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยการถ่ายภาพรังสีเต้านมมีประโยชน์อย่างไร?

มี การศึกษายืนยันได้ว่า  การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยการถ่ายภาพรังสีเต้านม/แมมโมแกรม  ทำให้สามารถรักษาโรคมะเร็งเต้านมได้ตั้งแต่ในระยะเริ่มเป็นโรค  และช่วยลดอัตราเสียชีวิตจากโรคมะเร็งเต้านมลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ


การถ่ายภาพรังสีเต้านมให้ผลผิดพลาดได้ไหม?

การถ่ายภาพรังสีเต้านม/แมมโมแกรมให้ความผิดพลาดได้ประมาณร้อยละ ๑๕-๒๐  โดยความผิดพลาดอาจเกิดขึ้นได้ใน ๒ ลักษณะ คือ  อาจตรวจไม่พบความผิดปรกติ/โรค (ก้อนเนื้อ  และ/หรือหินปูนมะเร็ง)ทั้งๆที่มีโรคอยู่  ทั้งนี้อาจเพราะเนื้อเยื่อเต้านมมีความหนาแน่นสูง จึงบดบังความผิดปรกติ ดังกล่าวแล้ว หรือเกิดจากการที่ก้อนเนื้อ/หินปูน มีขนาดเล็กมากจนไม่สามารถตรวจพบได้จากการถ่ายภาพรังสีเต้านม/แมมโมแกรม และ อาจตรวจแล้ว  แพทย์สงสัยในการแปรผล หรือแปรผลว่าน่าจะเป็นมะเร็ง (ทั้งๆที่ไม่ใช่มะเร็ง)  จึงอาจต้องมีการตรวจภาพรังสีเต้านม/แมมโมแกรมซ้ำ หรืออาจต้องมีการตรวจวิธีการอื่นเพิ่มเติม เช่น การตัดชิ้นเนื้อ หรือ การเจาะดูดเซลล์ เพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยา หรือ ทางเซลล์วิทยา เพื่อดูว่าใช่มะเร็งหรือไม่ ทั้งๆที่ในความเป็นจริง ไม่ได้เป็นมะเร็ง


ตรวจเต้านมด้วยรังสีแล้ว รู้ได้เลยไหมว่าเป็นมะเร็ง?

การ ตรวจเต้านมด้วยรังสี/แมมโมแกรมยังไม่สามารถให้ผลการตรวจว่าเป็นมะเร็งได้แน่ นอน  ดังนั้นเมื่อพบความผิดปรกติจากการตรวจ และแพทย์สงสัยว่าน่าเป็นมะเร็ง  แพทย์จะแนะนำการตรวจขั้นต่อไปด้วยการเจาะ/ดูดเซลล์ หรือการตัดชิ้นเนื้อตรวจทางเซลล์วิทยา/พยาธิวิทยา  ซึ่งให้ผลแน่นอนว่า  ก้อนเนื้อนั้น เป็นก้อนเนื้อจากการอักเสบ  เนื้องอกธรรมดา หรือก้อนเนื้อมะเร็ง


ผู้หญิงที่ทำศัลยกรรมเต้านมตรวจภาพรังสีเต้านมได้ไหม?

ผู้หญิง ซึ่งทำศัลยกรรมเต้านม  สามารถตรวจเต้านมด้วยการถ่ายภาพรังสีเต้านม/แมมโมแกรมได้เช่นเดียวกับ ผู้หญิงทั่วไป และด้วยข้อบ่งชี้เช่นเดียวกัน  แต่อาจเป็นสาเหตุการแปรผลผิดพลาดได้สูงกว่าในคนทั่วไป  และก่อนตรวจ  ควรต้องปรึกษาแพทย์ผู้ให้การทำศัลยกรรมก่อนเสมอ นอกจากนั้น ยังต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่เอกซเรย์ และรังสีวินิจฉัยแพทย์ทราบ เพื่อเพิ่มการแปรผลการตรวจได้อย่างถูกต้อง


มีวิธีตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมวิธีการอื่นอีกไหม?

ใน การตรวจคัดกรองโรคมะเร็งเต้านม  นอกจากการตรวจด้วยการถ่ายภาพรังสีเต้านม/แมมโมแกรมแล้ว แพทย์ยังแนะนำให้ ผู้หญิงทุกคน เมื่ออายุตั้งแต่ ๒๐ ปีขึ้นไป (ไม่ค่อยพบการเกิดโรคมะเร็งในอายุต่ำกว่านี้) ควรปรึกษาแพทย์/พยาบาล  เพื่อได้รับการสอนให้รู้จักคลำหาก้อนเนื้อผิดปรกติด้วยตนเองในเต้านมทั้งสอง ข้าง  และควรตรวจด้วยตนเองทุกๆเดือน  แต่ เมื่อคลำแล้วเกิดความสงสัย หรือพบความผิดปรกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์

นอกจากนั้น  เมื่อมีการตรวจสุขภาพร่างกายประจำปี  ควรให้แพทย์ตรวจเต้านมให้ด้วย และหลังจากนั้นแพทย์จะให้คำแนะนำว่า ควรพบแพทย์เพื่อการตรวจเต้านมบ่อยอย่างไร?

นอกจากทั้งสองวิธีการแล้ว  การตรวจคัดกรองโรคมะเร็งเต้านม ยังตรวจได้ด้วยการตรวจเต้านมทั้งสองข้างด้วยอัลตราซาวด์  ซึ่งไม่ทำให้เกิดอาการเจ็บ หรือเจ็บน้อยกว่าการตรวจด้วยการถ่ายภาพรังสี/แมมโมแกรม  การตรวจเต้านมด้วยอัลตราซาวด์  เป็นการตรวจเพื่อค้นหาก้อนมะเร็ง (ไม่ใช่ค้นหาหินปูนมะเร็ง)  ดังนั้น  ในการตรวจคัดกรอง  เมื่อตรวจทั้งสองวิธีการร่วมกัน คือ ทั้งการถ่ายภาพรังสีเต้านม/แมมโมแกรม   และการตรวจอัลตราซาวด์เต้านม  จะช่วยเพิ่มความถูกต้อง/ แม่นยำในการคัดกรองให้สูงขึ้น


การถ่ายภาพรังสีเต้านมมีอันตรายไหม?

เนื่อง จาก การถ่ายภาพรังสีเต้านม/แมมโมแกรม   เป็นการถ่ายภาพด้วยรังสีเอกซ์  จึงอาจทำให้เกิดความผิดปรกติของดีเอนเอ(DNA) ซึ่งเป็นสารทางพันธุกรรมต่อเซลล์ของทารกในครรภ์ได้  ดังนั้น จึงไม่ควรตรวจทางเอกซเรย์/รังสีทุกอย่างในขณะตั้งครรภ์ (ควรแจ้งเจ้าหน้าที่เอกซเรย์/รังสี และแพทย์เสมอเมื่อตั้งครรภ์ หรือสงสัยตั้งครรภ์  หรือเมื่อมีการคลาดเคลื่อนของประจำเดือน)  ยกเว้นเมื่อการตรวจนั้นๆมีความจำเป็นต่อชีวิตของผู้ป่วย


ตรวจภาพรังสีเต้านมได้ที่ไหนบ้าง?

การ ถ่ายภาพรังสีเต้านม/แมมโมแกรม   มีให้บริการการตรวจในโรงพยาบาลของโรงเรียนแพทย์  โรงพยาบาลรัฐ และ เอกชนขนาดใหญ่ทั่วไป  ศูนย์มะเร็งต่างๆของกระทรวงสาธารณสุข  และร้านเอกซเรย์ของเอกชนบางร้าน


การถ่ายภาพรังสีเต้านมเสียค่าใช้จ่ายแพงไหม?

การ ถ่ายภาพรังสีเต้านม/แมมโมแกรม  จัดเป็นการตรวจมีค่าใช้จ่ายสูง  อย่างไรก็ตาม  รวมอยู่ในการบริการประกันสุขภาพ ของรัฐบาล (ปกส หรือ บัตรทอง)เมื่อป่วยเป็นโรคมะเร็งเต้านม  แต่ไม่รวมในเรื่องของการตรวจคัดกรอง

การถ่ายภาพรังสีเต้านมคืออะไร?

การ ถ่ายภาพรังสีเต้านม หรือ การตรวจแมมโมแกรม ((mammography,  mammogram)  คือ การตรวจเต้านมด้วยการเอกซเรย์เต้านม และแปรผลภาพเต้านมจากการตรวจโดยแพทย์เฉพาะทางด้านรังสีวินิจฉัย   ทั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ในการตรวจ ๒ ประการ คือ เพื่อการวินิจฉัยโรคของเต้านม (ตรวจเมื่อมีอาการ)   และเพื่อเป็นการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งเต้านม (ตรวจเมื่อยังไม่มีอาการ)

ในการตรวจเพื่อวินิจฉัยโรค  แพทย์จะให้ตรวจถ่ายภาพรังสีเต้านม/แมมโมแกรม เมื่อแพทย์ตรวจเต้านมแล้ว  พบ หรือสงสัยมีความผิดปรกติ  เช่น  คลำก้อนได้ในเต้านม  มีเลือด  น้ำเหลือง หรือ น้ำนม (ไม่สัมพันธ์กับการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร) ออกจากหัวนม  หัวนมบุ๋มผิดปรกติโดยไม่เคยเป็นมาก่อน   ผิวหนังของเต้านมมีลักษณะผิดปรกติ  หรือ  เจ็บเต้านมเรื้อรัง โดยหาสาเหตุไม่ได้

ในการตรวจคัดกรอง  คือ การถ่ายภาพรังสีเต้านม/แมมโมแกรมเป็นระยะๆตามคำแนะนำของแพทย์ โดยไม่เคยมีอาการทางเต้านม  ทั้งนี้เพื่อ ตรวจค้นหาโรคมะเร็งเต้านมในระยะเริ่มเป็น


การถ่ายภาพรังสีเต้านม มีวิธีตรวจอย่างไร? 

โดย ทั่วไป การถ่ายภาพรังสีเต้านม/แมมโมแกรม  ทั้งเพื่อตรวจวินิจฉัย และเพื่อตรวจคัดกรอง มีวิธีการเหมือนกัน โดยถ่ายภาพเต้านมทั้งสองเต้า (ถ่ายภาพที่ละเต้า) ทั้งด้านตรง และด้านข้าง  ผู้ป่วยจะถ่ายภาพในท่ายืนนิ่ง (เพื่อไม่ให้ภาพจากการตรวจเคลื่อนไหว)  โดยให้เต้านมวางอยู่บนเครื่องเอกซเรย์  ในการถ่ายภาพ จะมีการบีบกดเต้านมจากเครื่องถ่ายภาพฯให้เต้านมบางลง  เพื่อเห็นภาพสิ่งผิดปรกติได้ชัดเจนขึ้น  จึงอาจทำให้เกิดการเจ็บในระหว่างการตรวจได้


การถ่ายภาพรังสีเต้านมต้องมีการเตรียมตัวก่อนไหม? 

การ เตรียมตัวในการตรวจถ่ายภาพรังสีเต้านม/แมมโมแกรม  เพียงเตรียมตัวในวันตรวจ โดยในวันตรวจภาพรังสีเต้านม  ไม่ควรทาแป้ง  ครีม  โลชัน  น้ำหอม   ยาระงับกลิ่น และอื่นๆ  ในบริเวณรักแร้ และบริเวณเต้านม รวมทั้งไม่ควรตรวจช่วงให้นมบุตร ทั้งนี้เพราะสิ่งต่างๆเหล่านี้ ให้ความผิดปรกติบนภาพเอกซเรย์เต้านมได้  ซึ่งอาจทำให้การแปรผลตรวจผิดพลาด 

ส่วนในเรื่องการรับประทานอาหาร และ/หรือยาต่างๆ  สามารถรับประทานได้ตามปรกติ

อนึ่ง  ในวัยยังมีประจำเดือน  ก่อน และระหว่างมีประจำเดือน เต้านมอาจมีอาการบวม หรือ เจ็บ ซึ่งอาจทำให้เกิดเจ็บมากขึ้นจากการถ่ายภาพรังสีเต้านม/แมมโมแกรม  ดังนั้น เฉพาะในผู้ทำการตรวจคัดกรอง (เพราะไม่ใช่กรณีเร่งด่วน/เป็นโรค) ควรเลื่อนการตรวจคัดกรอง เป็นช่วงหลังการมีประจำเดือนของแต่ละเดือน


ควรเริ่มถ่ายภาพรังสีเต้านมเพื่อคัดกรองมะเร็งเต้านมเมื่ออายุเท่าไร? และควรตรวจบ่อยขนาดไหน?

ยังถกเถียงกันอยู่ว่า ควรเริ่มถ่ายภาพรังสีเต้านม/แมมโมแกรมเมื่ออายุเท่าไร  เพราะในวัยยังมีประจำเดือน เนื้อเยื่อเต้านมมักมีความหนาแน่นมาก  ทำให้ตรวจพบหินปูนมะเร็งได้ยาก  การตรวจจึงมีโอกาสผิดพลาดได้สูง 

ในคนทั่วไป  แพทย์ส่วนใหญ่แนะนำการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยการถ่ายภาพรังสีเต้า นม/แมมโมแกรม  ตั้งแต่อายุ ๕๐ ปีขึ้นไป  และถ้าภาพเต้านมปรกติ  แพทย์มักแนะนำตรวจซ้ำทุกๆ ๑-๒ ปี   แต่ถ้าพบความผิดปรกติ แพทย์จะเป็นผู้แนะนำว่า ควรทำอย่างไร หรือ ควรตรวจซ้ำอีกเมื่อไร

ส่วนในคนมีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งเต้านม  เช่น คนเคยเป็นโรคมะเร็งเต้านม  หรือคนมีประวัติญาติสายตรงเป็นมะเร็งเต้านม  แพทย์จะเป็นผู้แนะนำว่า  ควรเริ่มตรวจคัดกรองด้วยการถ่ายภาพรังสีเต้านม/แมมโมแกรม เมื่อไร และควรตรวจบ่อยขนาดไหน  ทั้งนี้แตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละคน


การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยการถ่ายภาพรังสีเต้านมมีประโยชน์อย่างไร?

มี การศึกษายืนยันได้ว่า  การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยการถ่ายภาพรังสีเต้านม/แมมโมแกรม  ทำให้สามารถรักษาโรคมะเร็งเต้านมได้ตั้งแต่ในระยะเริ่มเป็นโรค  และช่วยลดอัตราเสียชีวิตจากโรคมะเร็งเต้านมลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ


การถ่ายภาพรังสีเต้านมให้ผลผิดพลาดได้ไหม? 

การถ่ายภาพรังสีเต้านม/แมมโมแกรมให้ความผิดพลาดได้ประมาณร้อยละ ๑๕-๒๐  โดยความผิดพลาดอาจเกิดขึ้นได้ใน ๒ ลักษณะ คือ  อาจตรวจไม่พบความผิดปรกติ/โรค (ก้อนเนื้อ  และ/หรือหินปูนมะเร็ง)ทั้งๆที่มีโรคอยู่  ทั้งนี้อาจเพราะเนื้อเยื่อเต้านมมีความหนาแน่นสูง จึงบดบังความผิดปรกติ ดังกล่าวแล้ว หรือเกิดจากการที่ก้อนเนื้อ/หินปูน มีขนาดเล็กมากจนไม่สามารถตรวจพบได้จากการถ่ายภาพรังสีเต้านม/แมมโมแกรม และ อาจตรวจแล้ว  แพทย์สงสัยในการแปรผล หรือแปรผลว่าน่าจะเป็นมะเร็ง (ทั้งๆที่ไม่ใช่มะเร็ง)  จึงอาจต้องมีการตรวจภาพรังสีเต้านม/แมมโมแกรมซ้ำ หรืออาจต้องมีการตรวจวิธีการอื่นเพิ่มเติม เช่น การตัดชิ้นเนื้อ หรือ การเจาะดูดเซลล์ เพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยา หรือ ทางเซลล์วิทยา เพื่อดูว่าใช่มะเร็งหรือไม่ ทั้งๆที่ในความเป็นจริง ไม่ได้เป็นมะเร็ง


ตรวจเต้านมด้วยรังสีแล้ว รู้ได้เลยไหมว่าเป็นมะเร็ง? 

การ ตรวจเต้านมด้วยรังสี/แมมโมแกรมยังไม่สามารถให้ผลการตรวจว่าเป็นมะเร็งได้แน่ นอน  ดังนั้นเมื่อพบความผิดปรกติจากการตรวจ และแพทย์สงสัยว่าน่าเป็นมะเร็ง  แพทย์จะแนะนำการตรวจขั้นต่อไปด้วยการเจาะ/ดูดเซลล์ หรือการตัดชิ้นเนื้อตรวจทางเซลล์วิทยา/พยาธิวิทยา  ซึ่งให้ผลแน่นอนว่า  ก้อนเนื้อนั้น เป็นก้อนเนื้อจากการอักเสบ  เนื้องอกธรรมดา หรือก้อนเนื้อมะเร็ง


ผู้หญิงที่ทำศัลยกรรมเต้านมตรวจภาพรังสีเต้านมได้ไหม? 

ผู้หญิง ซึ่งทำศัลยกรรมเต้านม  สามารถตรวจเต้านมด้วยการถ่ายภาพรังสีเต้านม/แมมโมแกรมได้เช่นเดียวกับ ผู้หญิงทั่วไป และด้วยข้อบ่งชี้เช่นเดียวกัน  แต่อาจเป็นสาเหตุการแปรผลผิดพลาดได้สูงกว่าในคนทั่วไป  และก่อนตรวจ  ควรต้องปรึกษาแพทย์ผู้ให้การทำศัลยกรรมก่อนเสมอ นอกจากนั้น ยังต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่เอกซเรย์ และรังสีวินิจฉัยแพทย์ทราบ เพื่อเพิ่มการแปรผลการตรวจได้อย่างถูกต้อง


มีวิธีตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมวิธีการอื่นอีกไหม? 

ใน การตรวจคัดกรองโรคมะเร็งเต้านม  นอกจากการตรวจด้วยการถ่ายภาพรังสีเต้านม/แมมโมแกรมแล้ว แพทย์ยังแนะนำให้ ผู้หญิงทุกคน เมื่ออายุตั้งแต่ ๒๐ ปีขึ้นไป (ไม่ค่อยพบการเกิดโรคมะเร็งในอายุต่ำกว่านี้) ควรปรึกษาแพทย์/พยาบาล  เพื่อได้รับการสอนให้รู้จักคลำหาก้อนเนื้อผิดปรกติด้วยตนเองในเต้านมทั้งสอง ข้าง  และควรตรวจด้วยตนเองทุกๆเดือน  แต่ เมื่อคลำแล้วเกิดความสงสัย หรือพบความผิดปรกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์

นอกจากนั้น  เมื่อมีการตรวจสุขภาพร่างกายประจำปี  ควรให้แพทย์ตรวจเต้านมให้ด้วย และหลังจากนั้นแพทย์จะให้คำแนะนำว่า ควรพบแพทย์เพื่อการตรวจเต้านมบ่อยอย่างไร?

นอกจากทั้งสองวิธีการแล้ว  การตรวจคัดกรองโรคมะเร็งเต้านม ยังตรวจได้ด้วยการตรวจเต้านมทั้งสองข้างด้วยอัลตราซาวด์  ซึ่งไม่ทำให้เกิดอาการเจ็บ หรือเจ็บน้อยกว่าการตรวจด้วยการถ่ายภาพรังสี/แมมโมแกรม  การตรวจเต้านมด้วยอัลตราซาวด์  เป็นการตรวจเพื่อค้นหาก้อนมะเร็ง (ไม่ใช่ค้นหาหินปูนมะเร็ง)  ดังนั้น  ในการตรวจคัดกรอง  เมื่อตรวจทั้งสองวิธีการร่วมกัน คือ ทั้งการถ่ายภาพรังสีเต้านม/แมมโมแกรม   และการตรวจอัลตราซาวด์เต้านม  จะช่วยเพิ่มความถูกต้อง/ แม่นยำในการคัดกรองให้สูงขึ้น


การถ่ายภาพรังสีเต้านมมีอันตรายไหม? 

เนื่อง จาก การถ่ายภาพรังสีเต้านม/แมมโมแกรม   เป็นการถ่ายภาพด้วยรังสีเอกซ์  จึงอาจทำให้เกิดความผิดปรกติของดีเอนเอ(DNA) ซึ่งเป็นสารทางพันธุกรรมต่อเซลล์ของทารกในครรภ์ได้  ดังนั้น จึงไม่ควรตรวจทางเอกซเรย์/รังสีทุกอย่างในขณะตั้งครรภ์ (ควรแจ้งเจ้าหน้าที่เอกซเรย์/รังสี และแพทย์เสมอเมื่อตั้งครรภ์ หรือสงสัยตั้งครรภ์  หรือเมื่อมีการคลาดเคลื่อนของประจำเดือน)  ยกเว้นเมื่อการตรวจนั้นๆมีความจำเป็นต่อชีวิตของผู้ป่วย   


ตรวจภาพรังสีเต้านมได้ที่ไหนบ้าง? 

การ ถ่ายภาพรังสีเต้านม/แมมโมแกรม   มีให้บริการการตรวจในโรงพยาบาลของโรงเรียนแพทย์  โรงพยาบาลรัฐ และ เอกชนขนาดใหญ่ทั่วไป  ศูนย์มะเร็งต่างๆของกระทรวงสาธารณสุข  และร้านเอกซเรย์ของเอกชนบางร้าน


การถ่ายภาพรังสีเต้านมเสียค่าใช้จ่ายแพงไหม? 

การ ถ่ายภาพรังสีเต้านม/แมมโมแกรม  จัดเป็นการตรวจมีค่าใช้จ่ายสูง  อย่างไรก็ตาม  รวมอยู่ในการบริการประกันสุขภาพ ของรัฐบาล (ปกส หรือ บัตรทอง)เมื่อป่วยเป็นโรคมะเร็งเต้านม  แต่ไม่รวมในเรื่องของการตรวจคัดกรอง