การใส่แร่ คือ อะไร ? ใส่แร่แล้วยังมีแสง/รังสี/แร่ ค้างในตัวไหม?

การใส่แร่ เป็นอีกวิธีการรักษาทางรังสีรักษา  กล่าวคือ เป็นการรักษาเฉพาะบริเวณเล็กๆตรงตำแหน่งที่เกิดโรค โดยได้รับรังสีจากแร่รังสีโดยตรง ไม่ใช่จากเครื่องฉายรังสี  แร่รังสีมีขนาดเล็กมากเป็นมิลลิเมตร การรักษาโดยการสอดใส่เครื่องมือเปล่าเข้าไปในก้อนมะเร็ง หรือ ในโพรง หรือ ลำท่อ ของอวัยวะที่เป็นมะเร็งก่อน  เมื่อแพทย์ตรวจสอบได้ชัดเจนแล้วว่าตำแหน่งเครื่องมือถูกต้องจากการเอกซเรย์  จึงจะทำการสอดใส่แร่เข้าทางช่องเปล่าของเครื่องมือ และให้แร่คงอยู่ในก้อนมะเร็งเป็นระยะเวลาหนึ่ง โดยทั่วไปประมาณ ๑๐-๒๐ นาที ขึ้นกับกำลังของแร่รังสี เมื่อได้ปริมาณรังสีครบตามที่แพทย์กำหนด นักรังสีเทคนิค/รังสีการแพทย์ จะนำเอาแร่ออกจากตัวผู้ป่วย แพทย์/พยาบาลจะเป็นผู้นำเครื่องมือออกจากตัวผู้ป่วย ระหว่างมีแร่รังสีอยู่ในตัว ผู้ป่วยจะอยู่ในห้องใส่แร่เพียงลำพัง นักรังสีเทคนิค/รังสีการแพทย์จะเฝ้าดูทางกล้องวงจรปิด  ภายหลังเมื่อนำแร่รังสีและเครื่องมือใส่แร่ออกจากตัวผู้ป่วยแล้ว ผู้ป่วยจะไม่มีรังสี หรือ แสง หลงเหลืออยู่ในตัว  ผู้ป่วยกลับบ้านได้ และสัมผัส คลุกคลี กินอาหาร ใช้เครื่องใช้ร่วมกับผู้อื่นได้ตามปรกติ แม้แต่กับคนท้องและเด็กทารก ซึ่งเป็นการรักษาที่ต่างจากการดื่ม หรือ กินน้ำแร่


การใส่แร่ต่างจากการฉายแสงอย่างไร?

การใส่แร่ต่างจากการฉายแสงหลายอย่าง คือ รักษาได้เฉพาะอวัยวะบางอวัยวะเท่านั้น และ ก้อนเนื้อที่จะใส่แร่ได้ผลต้องมีขนาดเล็ก โดยทั่วไปประมาณไม่เกิน 4 ซม.  ดังนั้นการใส่แร่ จึงมักใช้ร่วมกับการฉายรังสี โดยฉายแสงนำไปก่อน จนก้อนมะเร็งยุบเล็กลง จึงตามด้วยการใส่แร่
ดังนั้น การใส่แร่ ต่างจากรังสี คือ

  • รังสี/แสงได้จากแร่รังสี ไม่ใช่จากเครื่องฉายรังสี
  • ให้รังสีได้เข้มข้นกว่าการฉายแสง
  • ใช้รักษาได้เฉพาะก้อนมะเร็งขนาดเล็ก
  • โดยเหตุผลด้านเทคนิค ใช้รักษาได้เฉพาะมะเร็งบางชนิดเท่านั้น และบางอวัยวะเท่านั้น

การใส่แร่ ใช้รักษาโรคมะเร็งอะไรบ้าง?

มะเร็งที่ใช้ใส่แร่รักษาและได้ผลดี  คือ โรคมะเร็งปากมดลูก  โรคมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก และโรคมะเร็งช่องปาก  แต่มักใช้ร่วมกับการฉายรังสี  มีเพียงบางระยะของโรคเท่านั้น ที่อาจใช้การผ่าตัดร่วมกับการใส่แร่โดยไม่ฉายรังสี  ส่วนโรคมะเร็งอื่นๆที่อาจใช้ใส่แร่ได้ แต่การรักษายังมีข้อจำกัดมาก เช่น โรคมะเร็งปอด โรคมะเร็งหลอดอาหาร และ โรคมะเร็งท่อน้ำดี


ผลข้างเคียงของการใส่แร่ต่างจากการฉายแสงไหม?

ผลข้างเคียงของการใส่แร่ เหมือนกับการฉายแสง/รังสี เพราะเป็นรังสี/แสง ชนิดเดียวกัน


การใส่แร่ ต้องใส่กี่ครั้ง?

การรักษาด้วยการใส่แร่ อาจใส่แร่ประมาณ 1-5 ครั้ง  1-2 ครั้งใน 1 สัปดาห์ ทั้งนี้ขึ้นกับว่า เป็นโรคมะเร็งอะไร เป็นโรคมะเร็งของอวัยวะใด  เป็นโรคระยะอะไร และมีการรักษาวิธีการอื่นร่วมด้วยไหม เช่น การฉายแสง การผ่าตัด และ/หรือ ยาเคมีบำบัด แพทย์รังสีรักษาจะเป็นผู้ดูแลรักษา และกำหนดจำนวนครั้งของการใส่แร่


ค่าใช้จ่ายในการใส่แร่ แพงไหม?

ค่าใช้จ่ายในการใส่แร่แต่ละครั้งค่อนข้างแพง เพราะแร่รังสีและเครื่องมือเครื่องใช้ เป็นของจากต่างประเทศ เมืองไทยผลิตเองไม่ได้  แต่เป็นการรักษาอยู่ในระบบสุขภาพของรัฐบาล ผู้ป่วยจึงสามารถลดค่าใช้จ่ายลงได้


การใส่แร่ต้องดมยาสลบไหม?

การใส่แร่ มีทั้งไม่ต้องดมยาสลบ แพทย์ใช้เพียงรับประทาน หรือฉีดยาบรรเทาอาการปวด ยานอนหลับ  แต่การใส่แร่ในบางโรค บางอวัยวะ จำเป็นต้องใช้ยาสลบ ทั้งนี้อยู่ในดุลยพินิจของแพทย์


การใส่แร่ต้องเตรียมตัวอย่างไร?

การใส่แร่ ต้องมีการเตรียมตัว ซึ่งจะต่างกันในการใส่แร่ของแต่ละโรค แพทย์ พยาบาล จะเป็นผู้ให้คำแนะนำผู้ป่วยก่อนเสมอ ไม่ต้องกังวล เพียงแต่ให้ผู้ป่วยปฏิบัติตัวตามคำแนะนำ


หลังใส่แร่ จะดูแลตัวเองอย่างไร?

แพทย์ พยาบาลทางรังสีรักษาจะแนะนำการดูแลตนเองของผู้ป่วยเสมอ ไม่ต้องกังวล และ การดูแลตนเองจะแตกต่างกัน ในการใส่แร่รักษาโรคแต่ละโรค

การใส่แร่ คือ อะไร ? ใส่แร่แล้วยังมีแสง/รังสี/แร่ ค้างในตัวไหม?

การใส่แร่ เป็นอีกวิธีการรักษาทางรังสีรักษา  กล่าวคือ เป็นการรักษาเฉพาะบริเวณเล็กๆตรงตำแหน่งที่เกิดโรค โดยได้รับรังสีจากแร่รังสีโดยตรง ไม่ใช่จากเครื่องฉายรังสี  แร่รังสีมีขนาดเล็กมากเป็นมิลลิเมตร การรักษาโดยการสอดใส่เครื่องมือเปล่าเข้าไปในก้อนมะเร็ง หรือ ในโพรง หรือ ลำท่อ ของอวัยวะที่เป็นมะเร็งก่อน  เมื่อแพทย์ตรวจสอบได้ชัดเจนแล้วว่าตำแหน่งเครื่องมือถูกต้องจากการเอกซเรย์  จึงจะทำการสอดใส่แร่เข้าทางช่องเปล่าของเครื่องมือ และให้แร่คงอยู่ในก้อนมะเร็งเป็นระยะเวลาหนึ่ง โดยทั่วไปประมาณ ๑๐-๒๐ นาที ขึ้นกับกำลังของแร่รังสี เมื่อได้ปริมาณรังสีครบตามที่แพทย์กำหนด นักรังสีเทคนิค/รังสีการแพทย์ จะนำเอาแร่ออกจากตัวผู้ป่วย แพทย์/พยาบาลจะเป็นผู้นำเครื่องมือออกจากตัวผู้ป่วย ระหว่างมีแร่รังสีอยู่ในตัว ผู้ป่วยจะอยู่ในห้องใส่แร่เพียงลำพัง นักรังสีเทคนิค/รังสีการแพทย์จะเฝ้าดูทางกล้องวงจรปิด  ภายหลังเมื่อนำแร่รังสีและเครื่องมือใส่แร่ออกจากตัวผู้ป่วยแล้ว ผู้ป่วยจะไม่มีรังสี หรือ แสง หลงเหลืออยู่ในตัว  ผู้ป่วยกลับบ้านได้ และสัมผัส คลุกคลี กินอาหาร ใช้เครื่องใช้ร่วมกับผู้อื่นได้ตามปรกติ แม้แต่กับคนท้องและเด็กทารก ซึ่งเป็นการรักษาที่ต่างจากการดื่ม หรือ กินน้ำแร่


การใส่แร่ต่างจากการฉายแสงอย่างไร?

การใส่แร่ต่างจากการฉายแสงหลายอย่าง คือ รักษาได้เฉพาะอวัยวะบางอวัยวะเท่านั้น และ ก้อนเนื้อที่จะใส่แร่ได้ผลต้องมีขนาดเล็ก โดยทั่วไปประมาณไม่เกิน 4 ซม.  ดังนั้นการใส่แร่ จึงมักใช้ร่วมกับการฉายรังสี โดยฉายแสงนำไปก่อน จนก้อนมะเร็งยุบเล็กลง จึงตามด้วยการใส่แร่
  ดังนั้น การใส่แร่ ต่างจากรังสี คือ

  • รังสี/แสงได้จากแร่รังสี ไม่ใช่จากเครื่องฉายรังสี
  • ให้รังสีได้เข้มข้นกว่าการฉายแสง
  • ใช้รักษาได้เฉพาะก้อนมะเร็งขนาดเล็ก
  • โดยเหตุผลด้านเทคนิค ใช้รักษาได้เฉพาะมะเร็งบางชนิดเท่านั้น และบางอวัยวะเท่านั้น

การใส่แร่ ใช้รักษาโรคมะเร็งอะไรบ้าง?

มะเร็งที่ใช้ใส่แร่รักษาและได้ผลดี  คือ โรคมะเร็งปากมดลูก  โรคมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก และโรคมะเร็งช่องปาก  แต่มักใช้ร่วมกับการฉายรังสี  มีเพียงบางระยะของโรคเท่านั้น ที่อาจใช้การผ่าตัดร่วมกับการใส่แร่โดยไม่ฉายรังสี  ส่วนโรคมะเร็งอื่นๆที่อาจใช้ใส่แร่ได้ แต่การรักษายังมีข้อจำกัดมาก เช่น โรคมะเร็งปอด โรคมะเร็งหลอดอาหาร และ โรคมะเร็งท่อน้ำดี


ผลข้างเคียงของการใส่แร่ต่างจากการฉายแสงไหม?

ผลข้างเคียงของการใส่แร่ เหมือนกับการฉายแสง/รังสี เพราะเป็นรังสี/แสง ชนิดเดียวกัน


การใส่แร่ ต้องใส่กี่ครั้ง?

การรักษาด้วยการใส่แร่ อาจใส่แร่ประมาณ 1-5 ครั้ง  1-2 ครั้งใน 1 สัปดาห์ ทั้งนี้ขึ้นกับว่า เป็นโรคมะเร็งอะไร เป็นโรคมะเร็งของอวัยวะใด  เป็นโรคระยะอะไร และมีการรักษาวิธีการอื่นร่วมด้วยไหม เช่น การฉายแสง การผ่าตัด และ/หรือ ยาเคมีบำบัด แพทย์รังสีรักษาจะเป็นผู้ดูแลรักษา และกำหนดจำนวนครั้งของการใส่แร่


ค่าใช้จ่ายในการใส่แร่ แพงไหม?

ค่าใช้จ่ายในการใส่แร่แต่ละครั้งค่อนข้างแพง เพราะแร่รังสีและเครื่องมือเครื่องใช้ เป็นของจากต่างประเทศ เมืองไทยผลิตเองไม่ได้  แต่เป็นการรักษาอยู่ในระบบสุขภาพของรัฐบาล ผู้ป่วยจึงสามารถลดค่าใช้จ่ายลงได้


การใส่แร่ต้องดมยาสลบไหม?

การใส่แร่ มีทั้งไม่ต้องดมยาสลบ แพทย์ใช้เพียงรับประทาน หรือฉีดยาบรรเทาอาการปวด ยานอนหลับ  แต่การใส่แร่ในบางโรค บางอวัยวะ จำเป็นต้องใช้ยาสลบ ทั้งนี้อยู่ในดุลยพินิจของแพทย์


การใส่แร่ต้องเตรียมตัวอย่างไร?

การใส่แร่ ต้องมีการเตรียมตัว ซึ่งจะต่างกันในการใส่แร่ของแต่ละโรค แพทย์ พยาบาล จะเป็นผู้ให้คำแนะนำผู้ป่วยก่อนเสมอ ไม่ต้องกังวล เพียงแต่ให้ผู้ป่วยปฏิบัติตัวตามคำแนะนำ


หลังใส่แร่ จะดูแลตัวเองอย่างไร?

แพทย์ พยาบาลทางรังสีรักษาจะแนะนำการดูแลตนเองของผู้ป่วยเสมอ ไม่ต้องกังวล และ การดูแลตนเองจะแตกต่างกัน ในการใส่แร่รักษาโรคแต่ละโรค