ปัสสาวะเป็นเลือดจากรังสีรักษา คืออะไร? เกิดได้อย่างไร?

ปัสสาวะเป็นเลือดจากรังสีรักษา  เป็นอาการจากกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ซึ่งเกิดจากผลข้างเคียงแทรกซ้อนที่เกิดกับกระเพาะปัสสาวะภายหลังได้รับรังสี รักษาในบริเวณช่องท้องน้อย(อุ้งเชิงกราน) ในการรักษาโรคมะเร็งของอวัยวะต่างๆที่อยู่ในช่องท้องน้อย  เช่น  ปากมดลูก  เยื่อบุมดลูก  ต่อมลูกหมาก  กระเพาะปัสสาวะเอง และมะเร็งลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย(ลำไส้ตรง) ซึ่งทั้งนี้ เกิดได้ทั้งจาก การฉายรังสี และ/หรือ การใส่แร่ เมื่อปัสสาวะเป็นเลือดเกิดในช่วงระหว่างการให้รังสีรักษา หรือภายใน 6 เดือนหลังครบรังสีรักษา  เรียกว่า  กระเพาะปัสสาวะอักเสบเฉียบพลัน   แต่เมื่อเกิดภายหลังครบรังสีรักษาไปแล้วอย่างน้อย 6 เดือน เรียกว่า  กระเพาะปัสสาวะอักเสบเรื้อรัง กระเพาะปัสสาวะอักเสบเฉียบพลัน มักเกิดประมาณ 2-3 สัปดาห์หลังรังสีรักษา  ผู้ป่วยจะปัสสาวะบ่อย  ปวดแสบเมื่อใกล้สุดปัสสาวะ และน้อยครั้งอาจปัสสาวะเป็นเลือด  ทั้งนี้เกิดจากเซลล์เยื่อบุภายในกระเพาะปัสสาวะได้รับรังสี จึงเกิดการอักเสบ บวมแดง  จึงก่อให้เกิดอาการดังกล่าว ซึ่งอาการเหล่านี้จะหายเป็นปกติภายหลังหยุดรังสีรักษาแล้วประมาณ 4-8 สัปดาห์

กระเพาะปัสสาวะอักเสบเรื้อรัง  มักเกิดภายหลังครบรังสีไปแล้วอย่างน้อย 2-3 ปี และมักเกิดเป็นๆหายๆได้ตลอดชีวิตของผู้ป่วย  ซึ่งความถี่ และความรุนแรงของอาการขึ้นกับการดูแลตนเองของผู้ป่วย ซึ่งอาการสำคัญของกระเพาะปัสสาวะอักเสบเรื้อรังจากรังสี คือ ปัสสาวะเป็นเลือด

กระเพาะปัสสาวะอักเสบเรื้อรังภายหลังรังสีรักษา เกิดจากหลอดเลือดหล่อเลี้ยงกระเพาะปัสสาวะอักเสบเรื้อรังผลจากรังสี จึงส่งผลให้เนื้อเยื่อผนังกระเพาะปัสสาวะขาดเลือด เซลล์ผนังกระเพาะปัสสาวะจึงอักเสบและเกิดเซลล์ตายจากขาดเลือด  ผนังกระเพาะปัสสาวะจึงเกิดเป็น  แผลเรื้อรัง   มีผนังกระเพาะปัสสาวะบางลง  และร่างกายซ่อมแซมโดยการสร้างพังผืดและหลอดเลือดฝอยเล็กๆ  ซึ่งพังผืดจะส่งผลให้กระเพาะปัสสาวะมีขนาดหดเล็กลง และมีความจุลดลง  ผู้ป่วยจึงมักปัสสาวะบ่อยขึ้น  และการเกิดแผลในผนังกระเพาะปัสสาวะ จะก่อให้มีเลือดออกจากแผล จึงเกิดปัสสาวะเป็นเลือด  นอกจากนั้น หลอดเลือดฝอยเล็กๆเหล่านี้ ยังแตกเสียหายง่าย จึงเป็นอีกปัจจัยเสริมให้เลือดออกได้ง่ายขึ้นและในปริ มาณมากขึ้น เรื้อรังขึ้น


ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดปัสสาวะเป็นเลือดจากรังสีรักษามีอะไรบ้าง?

ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดปัสสาวะเป็นเลือดหลังรังสีรักษา เช่นเดียวกับปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดอุจจาระเป็นเลือดหลังได้รับรังสี ซึ่ง ได้แก่

  • ผู้ป่วยอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป เพราะในผู้สูงอายุ เซลล์กระเพาะปัสสาวะ และหลอดเลือดมักเสื่อมตามอายุ การฟื้นฟูตัวภายหลังการบาดเจ็บจากรังสี จึงไม่ดี เซลล์จึงมีการอักเสบเรื้อรังได้ง่าย
  • ผู้ป่วยมีโรคจากการอักเสบเรื้อรังของเนื้อเยื่อ และหลอดเลือด หรือ มีโรคหลอดเลือดตีบแข็ง เช่น ผู้ป่วยเบาหวาน และผู้ป่วยความดันโลหิตสูง เนื้อเยื่อ และหลอดเลือดกระเพาะปัสสาวะ จึงอักเสบเรื้อรังได้ง่ายเมื่อได้รับรังสี
  • สูบบุหรี่ และ/หรือ ดื่มสุรา เพราะพิษจากทั้งสองชนิดส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อต่างๆของร่างกาย รวมทั้งหลอดเลือดและเซลล์กระเพาะปัสสาวะ จึงเสริมให้กระเพาะปัสสาวะ อักเสบเรื้อรังได้ง่ายขึ้น
  • ผู้ป่วยที่ต้องใช้รังสีรักษาในปริมาณสูง เช่น ผู้ป่วยที่ก้อนมะเร็งมีขนาดใหญ่ ผู้ป่วยในโรคระยะลุกลามรุนแรง เช่น ระยะที่ 3 และในผู้ป่วยที่มีการใส่แร่ร่วมกับฉายรังสี
  • ผู้ป่วยซึ่งได้เคมีบำบัดร่วมด้วย เพราะการให้เคมีบำบัดร่วมด้วย เพิ่มโอกาสเซลล์กระเพาะปัสสาวะบาดเจ็บอักเสบได้มากขึ้น
  • ผู้ป่วยซึ่งได้รับการผ่าตัดร่วมด้วย เพราะการผ่าตัดทำให้เซลล์กระเพาะปัสสาวะบาดเจ็บเพิ่มขึ้น และยังทำลายหลอดเลือดต่างๆเพิ่มขึ้น เซลล์กระเพาะปัสสาวะจึงอักเสบได้ง่ายขึ้น
  • พันธุกรรมของผู้ป่วย ผู้ป่วยบางคนประมาณร้อยละ 5 จะมีพันธุกรรมที่ทำให้เซลล์ต่างๆรวมทั้งเซลล์กระเพาะปัสสาวะไวต่อ รังสีมากกว่าคนปกติ เซลล์กระเพาะปัสสาวะจึงอักเสบเรื้อรังได้ง่าย

แพทย์วินิจฉัยปัสสาวะเป็นเลือดจากรังสีรักษาได้อย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยปัสสาวะเป็นเลือดจากรังสีรักษาได้จาก  ประวัติอาการของผู้ป่วย  ประวัติการได้รับรังสีรักษา การตรวจปัสสาวะ  และการส่องกล้องตรวจกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งเมื่อพบแผลเรื้อรัง อาจต้องตัดชิ้นเนื้อตรวจทางพยาธิวิทยาเพื่อแยกจากแผลมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ


รักษาปัสสาวะเป็นเลือดจากรังสีรักษาอย่างไร?

การรักษาปัสสาวะเป็นเลือดจากรังสีรักษา คือ การรักษาประคับประคองตามอาการ  เช่น  ให้ดื่มน้ำมากๆ  ให้ยาบรรเทาปวด  ให้ยาปฏิชีวนะเมื่อมีการติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย  ให้เลือดเมื่อเลือดออกมากจนเกิดภาวะซีด   ให้ยาลดการอักเสบ หรือ ให้ยาเพิ่มออกซิเจน หรือ ยาลดการเกิดพังผืดของเนื้อเยื่อทางหลอดเลือดดำ  การสูดดมออกซิเจนความดันสูง  การใส่สารบางชนิดเข้าในกระเพาะปัสสาวะเพื่อการอุดตันหลอดเลือด  การจี้หลอดเลือดที่แตกด้วยเลเซอร์ หรือสารบางชนิด  หรือ ในรายที่รุนแรงมากอาจต้องผ่าตัดกระเพาะปัสสาวะ(โอกาสเกิดน้อยมาก)  และทำกระเพาะปัสสาวะเทียม หรือ เปิดให้ปัสสาวะทางหน้าท้อง


ปัสสาวะเป็นเลือดจากรังสีรักษามีผลข้างเคียงอย่างไร? รุนแรงไหม?

ผล ข้างเคียงจากปัสสาวะเป็นเลือดจากรังสี  คือ ภาวะซีดเมื่อเลือดออกมาก  การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ  กระเพาะปัสสาวะทะลุ(พบได้น้อยมาก)  จึงก่อให้เกิดการอักเสบของช่องท้อง  และการเกิดความเครียด  ความกลัว  ความกังวลในอาการ


ดูแลตนเองอย่างไรเมื่อปัสสาวะเป็นเลือดจากรังสีรักษา? ควรพบแพทย์เมื่อไร?

การ ดูแลตนเองเมื่อปัสสาวะเป็นเลือดจากรังสีรักษา  คือ การรีบพบแพทย์รังสีรักษาก่อนนัด  หรือ เมื่อเลือดออกมาก รีบพบแพทย์ในโรงพยาบาลใหญ่ใกล้บ้าน  โดยแจ้งให้แพทย์ทราบว่า  เคยได้รับรังสีรักษาบริเวณช่องท้องน้อยจากโรคมะเร็งชนิดใด  ซึ่งภายหลังจากการพบแพทย์แล้ว  การดูแลตนเอง ที่สำคัญ คือ

  • ปฏิบัติตามแพทย์/พยาบาลรังสีรักษาแนะนำอย่างเคร่งครัด
  • ดื่มน้ำสะอาดให้ได้อย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว อย่าให้ขาดน้ำ การขาดน้ำจะทำให้ปัสสาวะข้น สารของเสียในปัสสาวะจึงก่อการระคายต่อกระเพาะปัสสาวะ ก่อให้แผลเลือดออก หรือ หลอดเลือดแตกได้ง่าย จึงเกิดปัสสาวะเป็นเลือดได้ง่าย
  • อย่ากลั้นปัสสาวะ อย่านั่งแช่นานๆ เช่น ในการเดินทาง การขี่จักรยาน การใช้จักรเย็บผ้า จะเพิ่มแรงดันให้กับกระเพาะปัสสาวะ เกิดเลือดออกได้ง่าย
  • งดเครื่องดื่มมีกาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ น้ำอัดลม และงดสุรา เพราะก่อการระคายเคืองต่อกระเพาะปัสสาวะ เลือดจึงออกง่ายขึ้น
  • งดบุหรี่ เลิกบุหรี่ เพราะเพิ่มโอกาสเกิดการเลือดออกให้สูงขึ้น
  • สังเกตความสัมพันธ์ของอาการกับอาหาร และเครื่องดื่มต่างๆเสมอ และหลีกเลี่ยง อาหารและเครื่องดื่มที่ก่ออาการเลือดออกเหล่านั้น
  • เข้าใจ ยอมรับว่า อาการนี้ว่า ไม่หาย จะเป็นเรื้อรัง เป็นๆหายๆ เพื่อผ่อนคลายความเครียด เพื่อสุขภาพจิตที่ดี
  • รีบพบแพทย์ก่อนนัดเสมอ เมื่อ มีอาการทางการปัสสาวะ เช่น ปวดเบ่ง แสบ ขัดร่วมกับมีไข้ เพราะเป็นอาการจากการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
  • รีบพบแพทย์ฉุกเฉิน เมื่อเลือดออกมาก จนวิงเวียน หรือ เป็นลม

ป้องกันปัสสาวะเป็นเลือดจากรังสีรักษาได้อย่างไร?

การป้องกันกระเพาะปัสสาวะอักเสบ หรือ ปัสสาวะเป็นเลือดจากรังสี ไม่สามารถป้องกันได้เต็มร้อย  แต่ ด้วยเทคนิคการรักษาทางรังสีรักษาในปัจจุบัน โอกาสเกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบรุนแรงจากรังสีรักษาลดลงกว่าในสมัยก่อนมาก  แต่ในผู้มีปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวแล้ว ก็ยังมีโอกาสเกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้  นอกจากนั้น คือ ผู้ป่วยที่มีโรคเรื้อรังต่างๆ  เช่น  เบาหวาน  ต้องดูแลรักษาควบคุมโรคเหล่านั้นร่วมด้วยเสมอ  และการที่เมื่อมีอาการผิดปกติต่างๆแล้วรีบพบแพทย์ หรือ การตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปากมดลูก จะช่วยให้พบโรคมะเร็งได้ในระยะต้นๆ  ซึ่งช่วยให้แพทย์ใช้ปริมาณรังสีรักษาลดลงในการรักษาโรค  ก็เป็นอีกวิธีการที่ช่วยลดโอกาสเกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบ/ปัสสาวะเป็นเลือด จากรังสีรักษา

ปัสสาวะเป็นเลือดจากรังสีรักษา คืออะไร? เกิดได้อย่างไร?

ปัสสาวะเป็นเลือดจากรังสีรักษา  เป็นอาการจากกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ซึ่งเกิดจากผลข้างเคียงแทรกซ้อนที่เกิดกับกระเพาะปัสสาวะภายหลังได้รับรังสี รักษาในบริเวณช่องท้องน้อย(อุ้งเชิงกราน) ในการรักษาโรคมะเร็งของอวัยวะต่างๆที่อยู่ในช่องท้องน้อย  เช่น  ปากมดลูก  เยื่อบุมดลูก  ต่อมลูกหมาก  กระเพาะปัสสาวะเอง และมะเร็งลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย(ลำไส้ตรง) ซึ่งทั้งนี้ เกิดได้ทั้งจาก การฉายรังสี และ/หรือ การใส่แร่ เมื่อปัสสาวะเป็นเลือดเกิดในช่วงระหว่างการให้รังสีรักษา หรือภายใน 6 เดือนหลังครบรังสีรักษา  เรียกว่า  กระเพาะปัสสาวะอักเสบเฉียบพลัน   แต่เมื่อเกิดภายหลังครบรังสีรักษาไปแล้วอย่างน้อย 6 เดือน เรียกว่า  กระเพาะปัสสาวะอักเสบเรื้อรัง กระเพาะปัสสาวะอักเสบเฉียบพลัน มักเกิดประมาณ 2-3 สัปดาห์หลังรังสีรักษา  ผู้ป่วยจะปัสสาวะบ่อย  ปวดแสบเมื่อใกล้สุดปัสสาวะ และน้อยครั้งอาจปัสสาวะเป็นเลือด  ทั้งนี้เกิดจากเซลล์เยื่อบุภายในกระเพาะปัสสาวะได้รับรังสี จึงเกิดการอักเสบ บวมแดง  จึงก่อให้เกิดอาการดังกล่าว ซึ่งอาการเหล่านี้จะหายเป็นปกติภายหลังหยุดรังสีรักษาแล้วประมาณ 4-8 สัปดาห์

กระเพาะปัสสาวะอักเสบเรื้อรัง  มักเกิดภายหลังครบรังสีไปแล้วอย่างน้อย 2-3 ปี และมักเกิดเป็นๆหายๆได้ตลอดชีวิตของผู้ป่วย  ซึ่งความถี่ และความรุนแรงของอาการขึ้นกับการดูแลตนเองของผู้ป่วย ซึ่งอาการสำคัญของกระเพาะปัสสาวะอักเสบเรื้อรังจากรังสี คือ ปัสสาวะเป็นเลือด

กระเพาะปัสสาวะอักเสบเรื้อรังภายหลังรังสีรักษา เกิดจากหลอดเลือดหล่อเลี้ยงกระเพาะปัสสาวะอักเสบเรื้อรังผลจากรังสี จึงส่งผลให้เนื้อเยื่อผนังกระเพาะปัสสาวะขาดเลือด เซลล์ผนังกระเพาะปัสสาวะจึงอักเสบและเกิดเซลล์ตายจากขาดเลือด  ผนังกระเพาะปัสสาวะจึงเกิดเป็น  แผลเรื้อรัง   มีผนังกระเพาะปัสสาวะบางลง  และร่างกายซ่อมแซมโดยการสร้างพังผืดและหลอดเลือดฝอยเล็กๆ  ซึ่งพังผืดจะส่งผลให้กระเพาะปัสสาวะมีขนาดหดเล็กลง และมีความจุลดลง  ผู้ป่วยจึงมักปัสสาวะบ่อยขึ้น  และการเกิดแผลในผนังกระเพาะปัสสาวะ จะก่อให้มีเลือดออกจากแผล จึงเกิดปัสสาวะเป็นเลือด  นอกจากนั้น หลอดเลือดฝอยเล็กๆเหล่านี้ ยังแตกเสียหายง่าย จึงเป็นอีกปัจจัยเสริมให้เลือดออกได้ง่ายขึ้นและในปริ มาณมากขึ้น เรื้อรังขึ้น


ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดปัสสาวะเป็นเลือดจากรังสีรักษามีอะไรบ้าง?

ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดปัสสาวะเป็นเลือดหลังรังสีรักษา เช่นเดียวกับปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดอุจจาระเป็นเลือดหลังได้รับรังสี ซึ่ง ได้แก่

  • ผู้ป่วยอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป เพราะในผู้สูงอายุ เซลล์กระเพาะปัสสาวะ และหลอดเลือดมักเสื่อมตามอายุ การฟื้นฟูตัวภายหลังการบาดเจ็บจากรังสี จึงไม่ดี เซลล์จึงมีการอักเสบเรื้อรังได้ง่าย
  • ผู้ป่วยมีโรคจากการอักเสบเรื้อรังของเนื้อเยื่อ และหลอดเลือด หรือ มีโรคหลอดเลือดตีบแข็ง เช่น ผู้ป่วยเบาหวาน และผู้ป่วยความดันโลหิตสูง เนื้อเยื่อ และหลอดเลือดกระเพาะปัสสาวะ จึงอักเสบเรื้อรังได้ง่ายเมื่อได้รับรังสี
  • สูบบุหรี่ และ/หรือ ดื่มสุรา เพราะพิษจากทั้งสองชนิดส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อต่างๆของร่างกาย รวมทั้งหลอดเลือดและเซลล์กระเพาะปัสสาวะ จึงเสริมให้กระเพาะปัสสาวะ อักเสบเรื้อรังได้ง่ายขึ้น
  • ผู้ป่วยที่ต้องใช้รังสีรักษาในปริมาณสูง เช่น ผู้ป่วยที่ก้อนมะเร็งมีขนาดใหญ่ ผู้ป่วยในโรคระยะลุกลามรุนแรง เช่น ระยะที่ 3 และในผู้ป่วยที่มีการใส่แร่ร่วมกับฉายรังสี
  • ผู้ป่วยซึ่งได้เคมีบำบัดร่วมด้วย เพราะการให้เคมีบำบัดร่วมด้วย เพิ่มโอกาสเซลล์กระเพาะปัสสาวะบาดเจ็บอักเสบได้มากขึ้น
  • ผู้ป่วยซึ่งได้รับการผ่าตัดร่วมด้วย เพราะการผ่าตัดทำให้เซลล์กระเพาะปัสสาวะบาดเจ็บเพิ่มขึ้น และยังทำลายหลอดเลือดต่างๆเพิ่มขึ้น เซลล์กระเพาะปัสสาวะจึงอักเสบได้ง่ายขึ้น
  • พันธุกรรมของผู้ป่วย ผู้ป่วยบางคนประมาณร้อยละ 5 จะมีพันธุกรรมที่ทำให้เซลล์ต่างๆรวมทั้งเซลล์กระเพาะปัสสาวะไวต่อ รังสีมากกว่าคนปกติ เซลล์กระเพาะปัสสาวะจึงอักเสบเรื้อรังได้ง่าย

แพทย์วินิจฉัยปัสสาวะเป็นเลือดจากรังสีรักษาได้อย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยปัสสาวะเป็นเลือดจากรังสีรักษาได้จาก  ประวัติอาการของผู้ป่วย  ประวัติการได้รับรังสีรักษา การตรวจปัสสาวะ  และการส่องกล้องตรวจกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งเมื่อพบแผลเรื้อรัง อาจต้องตัดชิ้นเนื้อตรวจทางพยาธิวิทยาเพื่อแยกจากแผลมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ


รักษาปัสสาวะเป็นเลือดจากรังสีรักษาอย่างไร?

การรักษาปัสสาวะเป็นเลือดจากรังสีรักษา คือ การรักษาประคับประคองตามอาการ  เช่น  ให้ดื่มน้ำมากๆ  ให้ยาบรรเทาปวด  ให้ยาปฏิชีวนะเมื่อมีการติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย  ให้เลือดเมื่อเลือดออกมากจนเกิดภาวะซีด   ให้ยาลดการอักเสบ หรือ ให้ยาเพิ่มออกซิเจน หรือ ยาลดการเกิดพังผืดของเนื้อเยื่อทางหลอดเลือดดำ  การสูดดมออกซิเจนความดันสูง  การใส่สารบางชนิดเข้าในกระเพาะปัสสาวะเพื่อการอุดตันหลอดเลือด  การจี้หลอดเลือดที่แตกด้วยเลเซอร์ หรือสารบางชนิด  หรือ ในรายที่รุนแรงมากอาจต้องผ่าตัดกระเพาะปัสสาวะ(โอกาสเกิดน้อยมาก)  และทำกระเพาะปัสสาวะเทียม หรือ เปิดให้ปัสสาวะทางหน้าท้อง


ปัสสาวะเป็นเลือดจากรังสีรักษามีผลข้างเคียงอย่างไร? รุนแรงไหม?

ผล ข้างเคียงจากปัสสาวะเป็นเลือดจากรังสี  คือ ภาวะซีดเมื่อเลือดออกมาก  การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ  กระเพาะปัสสาวะทะลุ(พบได้น้อยมาก)  จึงก่อให้เกิดการอักเสบของช่องท้อง  และการเกิดความเครียด  ความกลัว  ความกังวลในอาการ


ดูแลตนเองอย่างไรเมื่อปัสสาวะเป็นเลือดจากรังสีรักษา? ควรพบแพทย์เมื่อไร?

การ ดูแลตนเองเมื่อปัสสาวะเป็นเลือดจากรังสีรักษา  คือ การรีบพบแพทย์รังสีรักษาก่อนนัด  หรือ เมื่อเลือดออกมาก รีบพบแพทย์ในโรงพยาบาลใหญ่ใกล้บ้าน  โดยแจ้งให้แพทย์ทราบว่า  เคยได้รับรังสีรักษาบริเวณช่องท้องน้อยจากโรคมะเร็งชนิดใด  ซึ่งภายหลังจากการพบแพทย์แล้ว  การดูแลตนเอง ที่สำคัญ คือ

  • ปฏิบัติตามแพทย์/พยาบาลรังสีรักษาแนะนำอย่างเคร่งครัด
  • ดื่มน้ำสะอาดให้ได้อย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว อย่าให้ขาดน้ำ การขาดน้ำจะทำให้ปัสสาวะข้น สารของเสียในปัสสาวะจึงก่อการระคายต่อกระเพาะปัสสาวะ ก่อให้แผลเลือดออก หรือ หลอดเลือดแตกได้ง่าย จึงเกิดปัสสาวะเป็นเลือดได้ง่าย
  • อย่ากลั้นปัสสาวะ อย่านั่งแช่นานๆ เช่น ในการเดินทาง การขี่จักรยาน การใช้จักรเย็บผ้า จะเพิ่มแรงดันให้กับกระเพาะปัสสาวะ เกิดเลือดออกได้ง่าย
  • งดเครื่องดื่มมีกาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ น้ำอัดลม และงดสุรา เพราะก่อการระคายเคืองต่อกระเพาะปัสสาวะ เลือดจึงออกง่ายขึ้น
  • งดบุหรี่ เลิกบุหรี่ เพราะเพิ่มโอกาสเกิดการเลือดออกให้สูงขึ้น
  • สังเกตความสัมพันธ์ของอาการกับอาหาร และเครื่องดื่มต่างๆเสมอ และหลีกเลี่ยง อาหารและเครื่องดื่มที่ก่ออาการเลือดออกเหล่านั้น
  • เข้าใจ ยอมรับว่า อาการนี้ว่า ไม่หาย จะเป็นเรื้อรัง เป็นๆหายๆ เพื่อผ่อนคลายความเครียด เพื่อสุขภาพจิตที่ดี
  • รีบพบแพทย์ก่อนนัดเสมอ เมื่อ มีอาการทางการปัสสาวะ เช่น ปวดเบ่ง แสบ ขัดร่วมกับมีไข้ เพราะเป็นอาการจากการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
  • รีบพบแพทย์ฉุกเฉิน เมื่อเลือดออกมาก จนวิงเวียน หรือ เป็นลม

ป้องกันปัสสาวะเป็นเลือดจากรังสีรักษาได้อย่างไร?

การป้องกันกระเพาะปัสสาวะอักเสบ หรือ ปัสสาวะเป็นเลือดจากรังสี ไม่สามารถป้องกันได้เต็มร้อย  แต่ ด้วยเทคนิคการรักษาทางรังสีรักษาในปัจจุบัน โอกาสเกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบรุนแรงจากรังสีรักษาลดลงกว่าในสมัยก่อนมาก  แต่ในผู้มีปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวแล้ว ก็ยังมีโอกาสเกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้  นอกจากนั้น คือ ผู้ป่วยที่มีโรคเรื้อรังต่างๆ  เช่น  เบาหวาน  ต้องดูแลรักษาควบคุมโรคเหล่านั้นร่วมด้วยเสมอ  และการที่เมื่อมีอาการผิดปกติต่างๆแล้วรีบพบแพทย์ หรือ การตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปากมดลูก จะช่วยให้พบโรคมะเร็งได้ในระยะต้นๆ  ซึ่งช่วยให้แพทย์ใช้ปริมาณรังสีรักษาลดลงในการรักษาโรค  ก็เป็นอีกวิธีการที่ช่วยลดโอกาสเกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบ/ปัสสาวะเป็นเลือด จากรังสีรักษา